




Satellite M300-S4012T
ปกติ 29,853.00 บาท
ราคาพิเศษ 29,100.00 บาท
ประหยัด 753.00 บาท
รายละเอียด:
Intel Centrino2 Duo Processor Technology including
Intel CoreTM2 Duo Processor P7350 (2.0GHz, 2MB L2 Cache, 800MHz FSB)
No Operating System
Mobile Intel GM45 Express Chipset
2048MB DDR2-800
14.1" WXGA (200NIT) Clear SuperView TFT display , resolution 1,280 x 800
ATI Mobility Radeon HD 3470 up to 1021MB total available graphics
320GB (SATA) with shock absorbers
TouchPad
Bluetooth V2.1 w/ Enhanced Data Rate , Intel® WiFi Link 5100AGN (802.11agn) , 10/100Mbps Ethernet LAN , 56kbps Modem
Built in Web Camera
harman/kardon stereo speakers, 16-bit Stereo with Intel® High definition Audio
Support
2 x USB 2.0 Sleep n Charge , 1 x USB/e-SATA combo port , RGB, IEEE1394, External Mic (stereo), External Headpdhone (or S/P DIF) (stereo) , 5-in-1 Card Reader (supports SDTM Card, Memory Stick, Memory Stick ProTM, Multimedia CardTM, xD-Picture CardTM) , Express Card slot
90W Universal AC Adaptor , 3 pin AC cable
Cable Lock, Main Battery Pack (sliding lock), HDD and memory (by screw only), User Power on Password, Supervisor Password, Keyboard Lock (by HotKey), Screen Blank (by Hotkey), Screen Saver (by software)
334 x 242 x 32.7/37.5 mm
Starting from 2.35kg
Glossy Mecury Silver
1-year carry-in International Limited Warranty (parts & labor), 1-year battery (carry-in)
2009!!..ปีแห่งนวัตกรรมไร้สายครองเมือง
สำหรับปี 2008 ที่เพิ่งผ่านพ้นไปนั้น มีความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเกิดขึ้นกับแวดวงไอทีทั่วโลกรวมทั้งบ้านเราด้วย หนึ่งในนั้นเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับผู้ใช้ไอทีบ้านเราที่จะได้สมหวังกันสักที นั่นก็คือ การที่ กทช. ประกาศอนุมัติ WiMax-3G ในต้นปี 52 หรือปี 2009 นี้ หลังจากติดโรคเลื่อนและปัญหาหยุมหยิมมานาน จนสุดท้ายก็ได้ข้อสรุป แต่จะสรุปออกมาได้ดีอย่างที่เราๆ ท่านๆ หวังเอาไว้หรือไม่นั้น คงต้องติดตามกันต่อไปครับ
ครั้งนี้เป็นเรื่องราวของโลกในยุคที่นวัตกรรมไร้สายครองเมือง ซึ่งในปี 2009 นี้ เราจะได้เห็นและได้สัมผัสกับเทคโนโลยีไร้สายในรูปแบบใดบ้างนั้น ไปติดตามพร้อมๆ กันเลยครับ...
WiMax จิ๊กซอร์ตัวสุดท้ายที่เกือบหาไม่เจอ!!!
ปี 2009 นี้ หากไม่พูดถึงเรื่อง WiMax คงต้องกลายเป็นคนตกกระแสแน่ๆ ครับ เพราะความหวังที่หลายคนตั้งตารอมานานนั้น ใกล้จะถึงฝั่งแล้ว หลังจากการประกาศออกใบอนุญาตอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง หรือ ไวแมกซ์ (WiMax) จากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ซึ่งผ่านการตรวจสอบและทดสอบมายาวนานหลายปี บัดนี้ ประเทศไทยกำลังจะมีบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบ 3G/WiMax ให้ใช้งานเหมือนกับประเทศเพื่อนบ้านกันแล้ว (*0*)/ (ไชโย!!!) ภาพของสังคมไทยและผู้คนที่ดำเนินชีวิตในยุค 3G/WiMax จะออกมาในรูปแบบใดนั้น ตอนนี้ยังตอบไม่ได้แน่ จนกว่าจะได้เห็นโฉมหน้าของบริการและแอพพลิเคชันต่างๆ จากบรรดาโอเปอร์เรเตอร์ทั้งหลายที่ได้รับใบอนุญาตจาก กทช.
ถ้าเราดูตัวอย่างจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามและอินโดนีเซียที่นำเอาเทคโนโลยี WiMax ไปใช้งานนั้น หมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ห่างไกลออกไปในชนบทสามารถเชื่อมต่อและสื่อสารกับผู้คนในเมืองผ่านระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รวมทั้งการโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ตและใช้วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ได้อย่างไม่มีปัญหาติดขัด ด้วยคุณสมบัติของ WiMax ในการรับส่งข้อมูลที่มีอัตราเร็วถึง 75Mbps และครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างไกลเกือบ 50 กิโลเมตร ทำให้สามารถขยายโครงข่าย WiMax ไปยังพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างทั่วถึง แน่นอนว่าเป็นวิธีที่ง่ายกว่าการลากสายทองแดงจากชุมสายหรือโอเปอเรเตอร์ไปยังผู้ใช้ปลายทางอีกด้วย
สิ่งที่เทคโนโลยี WiMax ตอบสนองให้เราได้นั้น นอกจากใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจากที่ใดๆ ก็ตามอย่างทั่วถึงแล้ว Wimax ยังเป็นจิ๊กซอร์ตัวสุดท้ายที่เข้ามาเติมเต็มระบบไร้สายปัจจุบันให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น เช่น พื้นที่ที่อินเทอร์เน็ตไร้สายระบบเดิมอย่าง Wi-Fi เข้าไม่ถึง หรือมีความเร็วไม่เพียงพอ โครงข่ายของ WiMax ก็จะเป็นตัวเชื่อมให้พื้นที่เหล่านี้สามารถใช้อินเทอร์เน็ตไร้สายในระดับความเร็วที่ผู้ใช้ต้องการ รวมทั้งการขยายขอบเขตพื้นที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยอาศัยโครงข่าย WiMax เชื่อมต่อกับโอเปอเรเตอร์ ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้ หากโทรศัพท์เคลื่อนที่ฝังชิป WiMax ลงไปในเครื่องด้วยแล้ว คุณก็จะมีเครื่องมือสื่อสารที่ทรงพลังและครบเครื่องอยู่ในมือเลยทีเดียว แต่สำหรับตอนนี้ คงต้องรอให้ทาง กทช. จัดสรรย่านความถี่สำหรับ WiMax ให้เสร็จเรียบร้อยเสียก่อน อิอิ (*_*)/
Nex Gen Wi-Fi
สำหรับค่ายมือถือที่รอลุ้นอยู่ว่าจะได้รับใบอนุญาตจาก กทช. เพื่อเปิดให้บริการ 3G/WiMax ได้ก่อนใครเพื่อนหรือไม่นั้น ตอนนี้ WiMax คงจะเปรียบเหมือนกับสลากรางวัลที่ 1 ซึ่งหากถูกรางวัลนี้ก็ได้เฮกันเลย ส่วนผู้ให้บริการที่พลาดรางวัลนี้ก็อาจถึงกับฝันร้ายไปเลย เมื่อคู่แข่งได้ WiMax ไปขับเคลื่อนระบบเครือข่ายของตนก่อน ย่อมได้เปรียบอย่างมาก โดยเฉพาะการปล่อยบริการอินเทอร์เน็ตไร้สายที่สามารถทำได้เหนือกว่า
ข้อจำกัดของอินเทอร์เน็ตไร้สายปัจจุบันอย่าง Wi-Fi คือ ความเร็วและระยะทางหรือขอบเขตในการให้บริการ ซึ่งมีความเร็วสูงสุด 54Mbps (มาตรฐาน 802.11g) และมีระยะทางไม่เกิน 100 เมตร เมื่อเทียบกับอินเทอร์เน็ตไร้สายที่ใช้เทคโนโลยี WiMax ในการรับส่งสัญญาณสามารถให้อัตราเร็วสูงถึง 75Mbps และมีพื้นที่ให้บริการในรัศมี 48 กิโลเมตร เมื่อเทียบกับ Wi-Fi และเทคโนโลยี 3G อื่นๆ แล้วต้องถือว่า WiMax ขี่ม้าขาวผ่าทางตันมาเพื่อยุคดิจิตอลมัลติมีเดียจริงๆ เพราะยุคนี้ การรับส่งข้อมูลไม่ได้มีเพียงแค่ข้อความและเสียงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงข้อมูลมัลติมีเดียอื่นๆ ด้วย สำหรับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายผ่านระบบเครือข่าย Wi-Fi เดิม จึงต้องปรับปรุงเครือข่ายให้มีความเร็วที่สามารถตอบสนองกับความต้องการของผู้ใช้ยุคนี้ ไม่อย่างนั้น เครือข่าย WiMax เอาไปกินหมดแน่ๆ เราอาจจะได้เห็น Hi-Speed Wi-Fi ที่ใช้มาตรฐาน 802.11N ซึ่งให้อัตราเร็วอยู่ระหว่าง 74-248Mbps ออกมาให้บริการก่อนที่เสาเครือข่าย WiMax ต้นแรกจะปักหมุดก็เป็นได้ เพราะตอนนี้ทั้งโน้ตบุ๊กและการ์ด Wilreless LAN รุ่นใหม่ๆ ต่างก็รองรับมาตรฐานดังกล่าวกันเกือบหมดแล้ว
Sub Notebook/Mobile Phone
ซับโน้ตบุ๊กหรือเน็ตบุ๊ก รวมทั้งโทรศัพท์มือถือไฮ-เทค ทั้งหลายในปี 2009 ล้วนแต่เป็นอุปกรณ์ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีไร้สาย รวมถึงบริการและแอพลิเคชันต่างๆ ที่จะทยอยออกมาในปีนี้ ถ้าพูดถึงเน็ตบุ๊กนั้น ต้องยอมรับว่าเป็นเทรนด์ใหม่มาแรง และจะแรงไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆ ในปีนี้ เนื่องจากค่ายโน้ตบุ๊กส่วนใหญ่หันมาเจาะตลาดกลุ่มนี้ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีผู้ใช้งานหลายระดับ ตั้งแต่เด็กวัยรุ่นไปจนถึงคนทำงานและนักธุรกิจที่ต้องการอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบพกพาที่มีความสามารถอยู่ระหว่างพีดีเอกับโน้ตบุ๊ก ซึ่งเน็ตบุ๊กเข้ามาเติมช่องว่างนี้ได้พอดี ถึงแม้ว่าโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ๆ จะมีความไฮ-เทค และประสิทธิภาพที่ไล่หลังมาก็ตาม แต่ก็ยังตอบตอบสนองการใช้งานได้ไม่ครอบคลุม โดยในปีนี้ เน็ตบุ๊กจะถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการท่องเน็ตและดิจิตอลเล่นคอนเทนต์ต่างๆ ผ่านหน้าเว็บเป็นหลัก
ส่วนโทรศัพท์มือถือนั้น หน้าจอแบบสัมผัสคงเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้คลั่งไคล้ในมือถือ เนื่องจากให้ประสบการณ์ในการใช้งานได้หลากหลายกว่าการกดปุ่มแบบเดิมๆ นอกจากนี้แอพพลิเคชันใช้งานต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อระบบสัมผัสก็ดูจะเป็นของเล่นใหม่ที่ดึงดูดผู้ใช้ได้มากทีเดียว การแข่งขันของค่ายมือถือและผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือในยุคไร้สาย นอกจากต้องนำความแปลกใหม่มาให้ผู้ใช้แล้ว ยังต้องพัฒนาเรื่องประสิทธิภาพของอุปกรณ์รวมถึงแอพพลิเคชันหลังจากนี้ ซึ่งจะเป็นยุคที่ WiMax กลายเป็นเฟืองตัวหลักของเครือข่ายไร้สาย!
Wireless Mobile Printer
พรินเตอร์ไร้สายก็เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ ที่จะได้รับความนิยมในยุคที่ระบบไร้สายครองเมือง ถึงแม้ว่าจะมีออกมาให้เห็นในตลาดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาก็ตาม แต่นั่นก็ยังเป็นพรินเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ครับ เรากำลังพูดถึงพรินเตอร์ไร้สายที่มีขนาดไม่ใหญ่ไปกว่าเน็ตบุ๊กหรืออาจจะใหญ่กว่าโทรศัพท์มือถือไม่มากนัก ถ้าคุณเคยเห็นพรินเตอร์ขนาดเล็กที่เอาไว้พิมพ์บาร์โค้ดแปะข้างกล่องสินค้า หรือพิมพ์ใบเสร็จแผ่นเล็กๆ พรินเตอร์ที่ว่านี้ก็มีขนาดพอๆ กัน โดยคุณสามารถพกไปไหนมาไหนได้สบาย เพราะมันใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ซึ่งอาจรวมถึงการใช้พลังงานแสงอาทิตย์จากแผงโซลาเซลล์
Wireless Mobile Printer ในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น และเกาหลี ได้รับความนิยมจากบรรดาวัยรุ่นเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีคุณสมบัติที่เพียงพอกับความต้องการในการพิมพ์ภาพต่างๆ เช่น การสั่งพิมพ์ภาพถ่ายจากโทรศัพท์มือถือผ่านบลูทูธ หรือผ่านสายดาต้าลิงก์ และสายยูเอชบี ก็สามารถทำได้ ด้วยขนาดตัวเครื่องที่ใหญ่กว่าโทรศัพท์มือถือไม่มากนัก จึงเหมาะสำหรับการพิมพ์ภาพถ่ายเล็กๆ ที่มีขนาดพอๆ กับภาพถ่ายจากตู้สติ๊กเกอร์ ส่วนพรินเตอร์ไร้สายที่เป็นรุ่นใหญ่ขึ้นอีกนิด ก็สามารถรองรับการพิมพ์ผ่านระบบไร้สายต่างๆ ได้อย่างครอบคลุม ทั้ง Infrared, Bluetooth และ Wi-Fi สำหรับพรินเตอร์ไร้สายที่สามารถพกพาได้สะดวกแบบนี้ คงเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่จะมาแรงในปี 2009 นี้แน่
ร้านสะดวกซื้อไร้สาย
ร้านสะดวกซื้อกับระบบไร้สาย ฟังดูไม่นาจะเกี่ยวข้องกัน แต่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี ร้านสะดวกซื้อที่หลายคนคุ้นชื่อกันดี ได้นำเอาระบบไร้สายเข้ามาช่วยในการบริหาร้าน ตั้งแต่จัดการเรื่องสต๊อกสินค้าไปจนถึงระบบความปลอดภัยภายในร้าน ในประเทศญี่ปุ่นนั้น ระบบไร้สายที่นำมาใช้ในร้านสะดวกซื้อพวกนี้ค่อนข้างล้ำหน้าไปไกลแล้ว ภายในร้านมีแค่ผู้จัดการและพนักงานอีก 2-3 คน นอกนั้นใช้ระบบคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อด้วยระบบไร้สายในการบริการร้านทั้งหมด ถ้าคุณเคยเห็นแผ่นป้ายบาร์โค้ดที่ติดไว้ในชั้นขายสินค้าต่างๆ ที่นี่จะไม่มีครับ เพราะทุกอย่างเป็นระบบดิจิตอล ป้ายกระดาษบาร์โค้ดถูกแทนที่ด้วยหน้าจอ LCD ซึ่งแสดงราคาและชื่อสินค้า ภายในชั้นวางสินค้าจะมีเซนเซอร์ตรวจนับจำนวนของสินค้าที่ถูกซื้อไป เมื่อสินค้าใกล้จะหมด เครื่องก็จะส่งสัญญาณเตือนไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งพนักงานก็จะทราบทันที นอกจากนี้หากมีการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้า ก็ไม่ต้องเดินมาแปะบาร์โค้ดหรือป้ายราคาใหม่อีกด้วย เพราะสามารถสั่งการได้จากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เคาเตอร์ไปยังป้ายแสดงราคาดิจิตอลได้ทันที ผมว่าอีกไม่นานญี่ปุ่นคงสร้างหุ่นยนต์ลำเลียงสินค้าสำหรับร้านสะดวกซื้อด้วยแน่ๆ แบบนี้สงสัยคงมีคนตกงานกันอีกตรึม
โจรกรรมข้อมูลแบบไร้สาย
เมื่อเข้าสู่ยุคไร้สายครองเมือง นอกจากเราจะได้เห็นความศิวิไลย์ของเทคโนโลยีต่างๆ กันแล้ว หากมองถึงภัยร้ายต่างๆ ที่มักมาพร้อมกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีก็คงหนีไม่พ้นด้วยเช่นกัน หนึ่งในนั้นก็คือ การโจรกรรมข้อมูลแบบไร้สาย ถ้าเป็นเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว เราคงนึกถึงการแฮกข้อมูลบนมือถือผ่านระบบบลูทูธกัน แต่ปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ๆ ไม่ได้มีแค่บลูทูธเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมถึง Edge, GPRS, CDMA, Wi-Fi ไหนจะ WiMax ที่กำลังจะมาอีก การโจรกรรมข้อมูลในยุคไร้สายจะเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ถ้าคุณติดตามข่าวการเจาะฐานข้อมูลของโรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งในต่างประเทศ ซึ่งนำเอาระบบ RFID มาใช้ คงจะทราบดีว่าการเข้าถึงข้อมูลผ่านระบบไร้สายนั้นไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เมื่อข้อมูลดิจิตอลถูกส่งไปในอากาศก็เท่ากับว่าใครก็ตามที่มีอุปกรณ์ดักจับสัญญาณและถอดรหัสก็สามารถได้ข้อมูลที่พวกเขาต้องการ หนำซ้ำยังอาจถูกย้อนรอยเจาะขึ้นไปถึงฐานข้อมูลหลักเลยทีเดียว สำหรับผู้ใช้ทั่วๆ ไปที่พกพาอุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบไร้สายต่างๆ ได้นั่น อุปกรณ์ของคุณจะถูกสอดส่องและตกเป็นเป้ามากขึ้น เนื่องจากคนส่วนใหญ่มักเชื่อใจเทคโนโลยีที่เพิ่งออกมาใหม่ จึงมักฝากข้อมูลต่างๆ ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลสำคัญเอาไว้ในอุปกรณ์พวกนี้ด้วย
เมื่อเทคโนโลยีไร้สายช่วยให้อุปกรณ์ดิจิตอลเชื่อมต่อเข้าหากันได้จากทุกที่ และทำได้ง่ายขึ้นเท่าไร การแสวงหาประโยชน์จากข้อมูลที่ร่องลอยในอากาศก็ยิ่งมีมากขึ้น ต่อจากนี้ หากคุณเห็นใครถือเน็ตบุ๊กหรือโทรศัพท์มือถือเดินไปเดินมาตามที่สาธารณะต่างๆ อาจไม่ใช่แค่การใช้งานทั่วไป แต่อาจเป็นการสแกนหาสัญญาณไร้สายเพื่อโจรกรรมข้อมูลก็เป็นได้
แอปเปิ้ลอัพเดตแม็คบุ๊กและ"เมาส์มัลติทัช"
รายงานข่าวล่าสุด แอปเปิ้ล (Apple) ประกาศอัพเดตผลิตภัณฑ์ในสายคอมพิวเตอร์หลายชิ้นด้วยกันเมื่อวานนี้ ซึ่งได้แก่ แม็คบุ๊ก (MacBook) แลปทอปรุ่นใหม่ ไอแม็ค (iMac) คอมพิวเตอร์เดสก์ทอปทีมาพร้อมกับเมาส์ "มัลติทัช" ทีจะให้ประสบการณ์ใหม่ในการใช้ไอแมคที่ผู้ใช้จะต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน
จากรายงานข่าวแสดงให้เห็นว่า แอปเปิ้ลมีการวางแผนกลยุทธ์ของผลิตภัณฑ์ที่มีขั้นตอน แทนที่จะประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ก้าวกระโดดจากคู่แข่งในตลาดอย่าง แท็บเล็ต ทางบริษัทเลือกที่จะใช้การอัพเดตผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมอยู่เดิมให้มีความน่าสนใจมากขึ้น ซึ่งไม่น่าแปลกใจที่แอปเปิ้ลจะกำไรเติบโตในไตรมาสสุดท้ายถึง 47% ในขณะเดียวกันแอปเปิ้ลก็สามารถช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดจากไมโครซอฟท์ได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับผลิตภัณฑ์ของแอปเปิ้ลทีมีการอัพเดตกับตลาดมีดังนี้
ชิ้นแรกจะเป็นแม็คบุ๊กที่ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้น โดยแอปเปิ้ลได้เพิ่มคุณสมบัติการทำงานที่เหนือกว่าในสายผลิตภัณฑ์ไฮเอ็นด์อย่าง MacBook Pro เข้าไป และทำให้ผู้ใช้สามารถเป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นด้วยราคา 999 เหรียญฯ (ประมาณ 33,500 บาท) โดยแม็คบุ๊กที่ได้รับการปรับปรุงครั้งนี้จะมาพร้อมกับหน้าจอ LED ทีให้ความสว่างสดใส แทร็คแพดที่สนับสนุนมัลติทัช (ใช้สองนิ้วควบคุมการทำงานบนหน้าจอ) และแบตเตอรี่ทีสามารถใช้ยาวนานขึ้นถึง 7 ชั่วโมง ที่สำคัญมันยังเบากว่า และทนทานกว่าเดิม เนื่องจากทางบริษัทเลือกใช้วัสดุทีทำตัวถังของเครื่องเป็น "โพลีคาร์บอเนต"
สำหรับชิ้นที่สองจะเป็น iMac คอมพิวเตอร์เดสก์ทอปที่มาพร้อมกับหน้าจอ LED ให้เลือก 2 ขนาดคือ 21.5 และ 27 นิ้ว ขุมพลังภายในใช้ Intel Core 2 Duo ในระดับราคาน่าสอยไม่แพ้กันนั่นคือ 1,199 เหรียญฯ (ประมาณ 40,000 บาท)
และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ Magic Mouse เมาส์ไร้สายระบบสัมผัสแบบ"มัลติทัช" ซึ่งมีหน้าตาเกลี้ยงเกลา แต่สามารถทำงานได้เหมือนแทร็คแพดของแม็คบุ๊ก โดยผู้ใช้สามารถเลื่อนนิ้วไปมาบนพื้นผิวด้านบนของเมาส์ เพื่อควบคุมการทำงานบนหน้าจอ iMac ได้อย่าง่ายดาย (ไม่ต้องขยับเมาส์ให้เมื่อยมือ) ในส่วนของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ทางแอปเปิ้ลจะได้เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
Acer ออก "เน็ตบุ๊ก" Timeline
รายงานข่าวล่าสุด เอเซอร์ (Acer) เพิ่มความร้อนแรงให้กับตลาดคอมพิวเตอร์พกพาด้วยการออก Acer Aspire Timeline 1810T ที่มีขนาดจอ 11.6 นิ้ว (ตัวเครื่องคล้าย Aspire One 751) ดูภายนอกคล้ายเน็ตบุ๊กทั่วไป แต่แทนที่ภายในจะใช้โพรเซสเซอร์ Intel Atom หน่วยความจำ 1GB และฮาร์ดดิสก์ 160GB กลับกลายเป็นว่า Acer Aspire 1810T เลือกใช้โพรเซสเซอร์ ULV ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า และประหยัดพลังงานมากกว่าเน็ตบุ๊ก
ถ้าหากจะบอกว่า Acer Aspire Timeline 1810T เป็นเน็ตบุ๊ก ก็ต้องถือว่า มันเป็นการแหกกฎอย่างสุดขั้ว ทั้งขนาดของหน้าจอที่ใหญ่เกิน 10 นิ้วไปจนถึงโพรเซสเซอร์ที่ไม่ได้ใช้ Atom โดยหน้าจอมีขนาดใหญ่ถึง 11.6 นิ้ว และใช้โพรเซสเซอร์ Intel ULV SU3500 1.4GHz ส่วนหน่วยความจำทีสามารถเพิ่มได้ถึง 4GB พร้อมด้วยพอร์ต HDMI สำหรับต่อกับจอไฮเดฟ และแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นานถึง 8 ชั่วโมง ดูไปแล้วมันเหมือนเอา Acer Timeline มาแต่งตัวเป็น"เน็ตบุ๊ก"ยังไงยังงั้น
นอกจากนี้แผงวงจรหลักของ Acer Aspire Timeline 1810T ยังมีออปชันเพิ่มเติมสำหรับการเชื่อมต่อไร้สาย 3G, Bluetooth และ Wi-Fi 802.11 b/g/n ส่วนชิปเร่งกราฟิกจะเป็น Intel GMA 4500MHD สามารถแสดงผลที่ความละเอียด 1,366x768 พิกเซล และเล่นวิดีโอไฮเดฟ 720p ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Windows Vista และมีออปชันอัพเกรดเป็น Windows 7 เรียกได้ว่า ถ้าเป็นเน็ตบุ๊ก สเป็กและความสามารถของมันก็ถือว่า ไฮโซที่สุดเมื่อเทียบกับเน็ตบุ๊กในท้องตลาด แต่ถ้าเป็นโน้ตบุ๊กก็นับว่า มันเป็นการผสานประสิทธิภาพการทำงานกับการพกพาสะดวก และประหยัดพลังงานได้อย่างลงตัวทีเดียว อย่างไรก็ตาม ในส่วนของราคายังไม่มีการเปิดเผยออกมาแต่อย่างใด (คาดว่า ช่วงราคน่าจะอยู่ระหว่างเน็ตบุ๊กกับโน้ตบุ๊ก)
Apple MacBook MA700LL/A 13.3" Laptop (2.0 GHz Intel Core 2 Duo, 1 GB RAM, 80 GB Hard Drive, SuperDrive) - White
Processor
Processor Class: Intel Core 2 Duo
Processor Speed: 2.13 GHz
Cache Size: 3 MB
Bus Speed: 1066 MHz
Memory
Installed Memory: 2 GB
Maximum Memory: 4 GB
Memory Technology: DDR2
System
Input Devices: Keyboard|Touchpad
Interface Connection: Audio - Line In (1/8" Mini)|Audio - Line Out (1/8" Mini)|Audio - TOSlink Digital Optical|Bluetooth|DVI|Ethernet - RJ45|FireWire 400/IEEE 1394 - 6 pin|USB - Universal Serial Bus 2.0
Display
Display Size: 13.3 in
Aspect Ratio: 16:10
Display Type: LCD Display w/ Glossy Screen
Max Resolution: 1280 x 800
Video Chipset: NVIDIA GeForce 9400M
Storage
Included Drives: DVD+-RW DL
Hard Drive Capacity: 160 GB
Number of Storage Drives Included: 1
Features
Included Network Card: Ethernet (10/100/1000 Mbps)|Wireless Ethernet - IEEE802.11 Draft N|Wireless Ethernet - IEEE802.11a|Wireless Ethernet - IEEE802.11b|Wireless Ethernet - IEEE802.11g
Included Devices: Built-In Webcam
Energy Star Compliant: Yes
Software
Operating System: Mac OS X v10.5 (Leopard)
Dimensions
Height: 1.08 in
Width: 12.78 in
Depth: 8.92 in
Weight: 5 lbs
Warranty
Warranty Information: 1 Year Limited Warranty
More Info
URL: URL
General
normalized-Cache Size: 3
normalized-Display Size: 13.3
normalized-Installed Memory: 2000